การศึกษา

กรณีศึกษา: Fender

อ่านเพิ่มเติม

มีถึง 800,000 คนที่ได้ลอง Fender Play™

ลดค่าใช้จ่ายของการ acquisition ได้ถึง 12%

ส่งเสริมชื่อเสียงของแบรนด์

Resources กรณีศึกษา กรณีศึกษา: Fender

เกี่ยวกับ Fender

ตลอดระยะเวลา 75 ปีที่ผ่าน ถ้าหากคุณได้ฟังบรรดาเพลงฮิตติดหูล่ะก็ มั่นใจได้เลยว่าในนั้นจะต้องมีกีตาร์หรือเบสของ Fender อยู่แน่นอน ด้วยเสียงของกีตาร์ Fender ที่เป็นเอกลักษณ์รวมไปถึงอุปกรณ์และเอฟเฟ็คต์ต่างๆ ปฏิเสธความสามารถของแบรนด์ไม่ได้จริงๆ Fender Musical Instruments Corporation (FMIC) ก่อตั้งขึ้นในฐานะการบริการทางวิทยุของ Fender โดย Clarence Leonidas 'Leo' Fender เนื่องในโอกาสการเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี

Fender ได้รังสรรค์กีตาร์ไฟฟ้าที่ทำจากไม้เนื้อแข็งตัวแรกที่ได้รับความนิยมและเป็นอมตะที่มีชื่อว่า Telecaster ในปี 1950 หลังจากนั้นในปี 1954 ก็มาสานต่อความสำเร็จด้วยอีกหนึ่งรุ่นดังอย่าง Stratocaster ที่รู้จักกันทั่วโลก อะไรที่ทำให้ Fender อยู่ยงคงกระพันในวงการเพลง แต่กระนั้นพวกยังกระโดดเข้ามาเล่นในเกมของผู้คิดค้น Fender Play™

แม้ว่าแอปสอนกีตาร์จะมีอยู่มากมายในตลาด แต่ Fender Play™ แตกต่างออกไป เพราะมีการนำเสนอแผนการสอน คอลเล็กชั่นเพลงที่คัดสรรมาเพื่อให้คุณได้ลองฝึก และ backing track ที่มีคุณภาพยอดเยี่ยม ซึ่งเป็นแอปการสอนที่สมบูรณ์มากๆ สำหรับกีตาร์ เบส และอูคูเลเล่ Fender Play™ ยังมีการแจกของรางวัลในทุกๆ สัปดาห์เพื่อเป็นการช่วยให้คุณได้หมั่นฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้งานยังสามารถเข้าร่วมกลุ่มผู้เรียน ซึ่งสามารถมาแบ่งปันเรื่องราวต่างๆ ได้อีกด้วย

ผู้ใช้งานสามารถทดลองใช้แอปฟรีได้ 7 วันโดยไม่ต้องค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติมเลย โดยมีการสอนที่มากกว่า 3,000 คอร์สบนแพลตฟอร์มและมีการเพิ่มการสอนใหม่ๆ ลงไปอยู่เป็นประจำด้วย จนถึงวันนี้มีการเรียนคอร์สกีต้าร์ใน Fender Play™ ไปแล้วกว่า 55 ล้านคอร์ส

ความท้าทาย

พอมาเมื่อต้นปี 2020 Fender Play™ ได้เปิดบริการสมัครสมาชิกแบบชำระเงิน— โดยมีถึง 80% ของ acquisition ที่ยอมจ่ายเพื่อมาเป็นสมาชิก อย่างไรก็ตาม เมื่อปีที่แล้ว Fender ได้ปลดล็อค Fender Play™ ให้ใช้งานได้กับทุกคนแบบฟรีๆ เป็นเวลา 90 วันในช่วงแรกๆ ของการล็อคดาวน์

และนั่นทำให้เกิดการจุดประกายกับสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ Fender Play™ มีผู้ใช้งานหน้าใหม่เพิ่มขึ้นมากมาย แต่ภารกิจของพวกเขาในตอนนี้คือการหาวิธีที่จะเปลี่ยนความสนใจเหล่านี้ให้กลายเป็นสมาชิกของแอปให้ได้ ด้วยความที่เป็นรูปแบบใหม่ทั้งหมด Fender จึงจำเป็นที่จะต้องหากลยุทธ์ที่ต่างจากเดิม กระตุ้นผู้ใช้งานติดใจ Fender Play™ ให้มากขึ้นเพื่อเป็นการรักษากำไรของแอปเอาไว้เนื่องจากการสมัครสมาชิกถือเป็นแหล่งรายได้หลัก เราได้พูดคุยกับ คลิฟฟ์ คิม, ผู้อำนวยการด้านการวิเคราะห์และข้อมูลเชิงลึก เกี่ยวกับวิธีการที่ Fender เลือกใช้จัดการกับความท้าทายใหม่ในครั้งนี้

  • จุดที่พวกเขาให้ความสำคัญก็คือการขยายและพัฒนาทางด้านประสบการณ์ผู้ใช้งานที่จะทำให้ผลิตภัณฑ์ได้ยกระดับตัวเองอยู่เสมอ เป้าหมายคือการให้ผู้ใช้งานได้ทดลองใช้แบบฟรีๆ และหวังว่าหลังจากได้ลองแล้วก็จะเกิดความตื่นเต้นและพึงพอใจที่ต่อยอดเส้นทางกีฬาของพวกเขา

"เรื่องที่ว่าบางสิ่งบางอย่างให้กันฟรีๆ มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมเสียเงินเพื่อมันหลังจากนั้น" การมีกลยุทธ์ดิจิทัลที่แข็งแกร่งจะทำให้คุณสามารถสร้างความสนใจให้แอปของคุณได้[...] เมื่อคุณมีแพลตฟอร์มเล่นกีตาร์แบบสมัครสมาชิกที่ฟรี แน่นอนว่าคุณมักจะเสียเงินไปกับการซื้อกีตาร์เพื่อมาเล่นกับแอป"

  • เรื่องที่สองที่ Fender เล็งเห็นก็คือการใช้จ่ายของพวกเขาและยิ่งสำคัญไปกว่านั้นคือจะทำให้แอปมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นได้อย่างไร พวกเขาสำรวจไปที่ multi-touch attribution เพื่อที่จะหาวิธีการดึงผู้ใช้งานเข้ามาในแบบที่พวกเขาคิดและมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

"เราสนใจที่จะค้นหาสิ่งที่เราสามารถทำได้ด้วยทรัพยากรและข้อมูลที่เรามีอยู่ เราใช้กลยุทธ์ของเราจากข้อมูลเชิงลึกซึ่งมาจากผลประกอบการของปีที่แล้ว และทำการวิเคราะห์เทรนด์ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการที่ไวรัสได้แพร่ระบาด"

โซลูชั่น

ด้วย Adjust Multi-touch ที่จะทำให้การมองเห็นเส้นทางของลูกค้าทั้งหมดได้ละเอียดมากขึ้น Fender จึงมองเห็นแผนที่เส้นทางของผู้ใช้งานที่สมบูรณ์และสามารถจับจุดของเทรนด์และความสัมพันธ์ระหว่างเน็ตเวิร์คได้ นอกจากนั้นยังมีเครื่องมือที่ช่วยยกระดับให้ Fender Play™ ปรับตัวในรูปแบบธุรกิจใหม่ได้อย่างเหมาะสมซึ่งก็คือ Audience Builder ของ Adjust ซึ่งจะช่วยให้เกิดการ automated สัดส่วนต่างๆที่จะยกระดับประสิทธิภาพของการตลาดผ่านการมีปฏิสัมพันธ์ที่เพิ่มขึ้น ด้วย Audience Builder ทำให้ Fender สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายจากการที่ไม่นับรวมผู้ใช้งานซึ่งได้มีโอกาสลองใช้ Fender Play™ ไปแล้ว ถือเป็นการช่วยเหลือแอปได้อย่างมหาศาล กับการปรับให้เข้ากับรูปแบบใหม่ที่อิงจากการสมัครสมาชิกเป็นหลัก

จากความเป็นไปได้ที่จะเกิดผสมผสานระหว่างช่องทางการโฆษณา ส่งผลให้ CPMs ไต่ขึ้นเพดานทันที โดยการใช้ Adjust Attribution Fender จึงสามารถที่จะปรับแต่งการตั้งค่าของการ attribution ได้ทั้งแบบตัวต่อตัวหรือจะปรับทุกๆ ตัวก็ย่อมทำได้เช่นเดียวกัน ซึ่งสอดคล้องกับความต้องการของพวกเขาอีกทั้งยังเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสในตลาดใหม่ๆ อีกด้วย การ retargeting แคมเปญเป็นสิ่งที่ง่ายที่สุดและคุ้มค่ามากที่สุดในการสร้างให้เกิด LTV ของ audience ที่สูง ผู้ใช้งานเป็น audience ที่เสร็จเราเรียบร้อยแล้ว โดยการได้ลองใช้แอปและแสดงความสนใจที่จะหยิบกีตาร์ขึ้นมาเล่น

"คนที่สนใจเรื่องการเรียนกีต้าร์ก็ย่อมที่จะเรียนกีต้าร์ ปัญหาก็คือคุณจะทำยังไงให้เกิดการแพร่หลายที่มากขึ้น […] การ retargeting คืองานช้างของเรา"

คลิฟฟ์ คิม

ผลลัพธ์

Multi-touch ช่วยเสริมแกร่งให้แก่ Fender ในการเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้จ่ายในโฆษณาของพวกเขาด้วยแคมเปญการตลาดที่เฉพาะเจาะจงต่อ audience จากการใช้ Adjust Audience Builder ตลอดปีที่แล้วและมาถึงครึ่งปีนี้ Fender นั้นสามารถแยกตัวผู้ใช้งานที่สมัครสมาชิกไปแล้วออกจากแคมเปญของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย ส่งผลให้ Fender มีเวลามากขึ้นและมีทรัพยากรที่เพียงพอต่อแคมเปญ user acquisition

"เราไม่ต้องมานั่งตำน้ำพริกละลายแม่น้ำไปกับการระบุผู้คนที่สมัครสมาชิกแล้วอีกต่อไป นี่มันเหมือนฟ้ามาโปรดเลย””

คลิฟฟ์ คิม

  • เมื่อทางบริษัทได้เริ่มทำการปล่อยแอปให้ใช้ได้ฟรีเมื่อปีที่แล้ว ผลลัพธ์ที่ได้คือจำนวนการรับรู้และปรากฎตัวที่ถาโถมเข้ามาอย่างมากมาย มีผู้คนจำนวนถึง 800,000 คนที่เข้ามาลอง Fender Play™ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เยอะกว่าผู้ใช้งานก่อนหน้านี้เกือบเท่าตัวเลยทีเดียว
  • ด้วย Audience Builder ของ Adjust ทำให้ Fender Play™ ลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของการ acquisition ไปได้ถึง 12%
  • ด้วยความช่วยเหลือจาก Adjust ช่วยให้ Fender สามารถวิเคราะห์และจัดลำดับความสำคัญของส่วนผสมในเรื่องของการใช้จ่ายโฆษณาได้ เพื่อที่จะหาคำตอบว่าแพลตฟอร์มและภูมิภาคไหนที่ทำกำไรได้มากที่สุดสำหรับแอปของพวกเขา
  • ถึงแม้ว่าความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Fender จะมีมาเนิ่นนานก่อนยุคดิจิทัล แต่การเกิด Fender Play™ ก็ได้ช่วยสานต่อมรดกให้แก่แบรนด์มากขึ้นไปอีก แอปของพวกเขานั้นดึงดูดให้ผู้ใช้งานมีปฏิสัมพันธ์กีตาร์และสังคมคนเล่นกีตาร์ด้วยใจรัก นี่เป็นวิธีที่เฉียบแหลมในการส่งเสริมทั้งในเรื่องของตัวแบรนด์เองและการสร้างรายได้แบบออฟไลน์

ได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก